ร้านแซ่บเวอร์

แซ่บเวอร์ ร้านอาหารย่านรามคำแหง

ถ้าถามหาร้านอาหารรสเด็ด ส้มตำแซ่บๆ ในกรุงเทพฯ ร้านนี้แซ่บไม่แพ้ใคร สมกับชื่อร้านว่า “แซ่บเวอร์” แน่นอน

แซ่บเวอร์
ร้านแซ่บเวอร์

ร้านแซ่บเวอร์มีสองโซนให้เลือกนั่ง โดยฝั่งนึงจะลานกว้าง มีทั้งเวทีโปงลาง และจอโปรเจคเตอร์ ส่วนอีกฝั่งจะเล็กกว่า และรายรอบไปด้วยไม้ประดับ ค่อนข้างส่วนตัวกว่า

ร้านแซ่บเวอร์
ร้านแซ่บเวอร์
ร้านแซ่บเวอร์
ร้านแซ่บเวอร์

ที่นี่มีหลากหลายเมนู ส้มตำที่หลากหลาย อาทิ ตำถาด มาในถาดที่ใหญ่มาก เครื่องแน่น ราคา 100 บาท

ส้มตำถาด
ส้มตำถาด

ปีกไก่ทอด ที่กรอบไปถึงกระดูก โรยด้วยตะไคร้ฝอยทอดกรอบ ที่สามารถกินได้หมดทั้งจาน

ปีกไก่ทอด
ปีกไก่ทอด

เมนูอื่นๆร้านแซ่บเวอร์ ร้านแซ่บเวอร์

Amazing Menu :

ตำโครตเว่อร์
ตำโครตเว่อร์

ตำโครตเว่อร์ ที่มาแบบเว่อร์ๆ พูนจาน เป็นส้มตำใส่เส้นขนมจีน เผ็ดปานกลาง โรยหน้าด้วยกุ้งฝอยลวก(เยอะมากกก) และโรยเม็ดกระถินอีกรอบ เห็นเยอะๆแบบนี้ ราคาแค่ 60 บาทนะคะ

ต้มซุปเปอร์

ต้มซุปเปอร์

ต้มซุปเปอร์ แตกต่างจากที่อื่นตรงที่ น้ำซุปจะได้กลิ่นซีอิ้ว  เป็นน้ำสีดำ แต่ที่อื่นน้ำจะใส รสชาดแซ่บมาก เปรี้ยว หวาน เค็ม ลงตัวมาก และเผ็ดมากเช่นกัน ด้วยพริกขี้หนูเม็ดเล็กแต่เผ็ดใหญ่มาก ตีนไก่ที่ผ่านการต้มจนเปื่อย ละลายในปาก

ปากเป็ดทอด ร้านแซ่บเวอร์
ปากเป็ดทอด ร้านแซ่บเวอร์

เมนูทอดของร้านแซ่บเวอร์ จะโรยด้วยตะไคร้ฝอยทอดกรอบ เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี มีประโยชน์ด้วย

Transportation :

สำหรับการเดินทาง มาไม่ยากสามารถมาได้ 2 ทาง
– ถ้ามาจากถนนรามคำแหง เลี้ยวเข้าในซอยรามคำแหง 65
– จากถนนลาดพร้าว เลี้ยวซอยลาดพร้าว 122

แผนที่ ร้านแซ่บเวอร์
แผนที่ ร้านแซ่บเวอร์

Unique :

เอกลักษณ์ของที่นี่ นอกจากจะเป็นความแซ่บของเมนูอาหารแล้ว ที่นี่ยังมีโชว์การแสดงของภาคอีสานที่เรียกว่า “ฟ้อนโปงลาง” โดยพนักงานที่เสิร์ฟ ก็ใส่ชุดโปงลางคอยให้บริการ ร้านขนาดใหญ่ กว้าง พนักงานเยอะดี ให้บริการอย่างทั่วถึง

Price :

อาหารที่นี่ราคาเริ่มต้นที่ 50 บาท สำหรับราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทร้านแซ่บเวอร์

สุดท้ายเมนูของหวานที่นี่มีน้อยมาก นอกจากพวกน้ำปั่นแล้ว ก็มีเฉาก๊วยกับสละลอยแก้ว ที่เป็นเมนูของหวานแก้เผ็ดได้

เฉาก๊วย ร้านแซ่บเวอร์
เฉาก๊วย ร้านแซ่บเวอร์

 

สำหรับคอลัมภ์ต่อไป เราจะนำร้านแซ่บๆ แบบนี้มารีวิวให้ได้อ่าน น้ำลายไหลกันอีก ติดตามกันด้วยนะคะ

Sunday.morning

Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล พระรามสอง บางมด

Sea Some Ant บุฟเฟ่ต์ทะเลบางมดที่ไม่ควรพลาด!! การันตีความฟินเกินราคา

อยากกินอาหารทะเลหรอ? ไม่ต้องไปไกลเเล้ว!! เพราะเราจะยกทะเลมาให้อย่างจุใจ ในเเบบบุฟเฟ่ต์ ราคาย่อมเยา ที่สำคัญอยู่กรุงเทพจ้า ซึ่งร้านนี้มีชื่อว่า Sea Some Ant อ่านง่ายๆตรงตัวเลยว่า Sea (ทะเล) , Some (บาง) , Ant(มด) ทะเลบางมด ชื่อ ชิค เก๋ไก๋ ตามคอนเซปมาก เพราะว่าร้านอยู่หลัง ม.บางมด เลยยย ว่าเเล้วก็เข้าร้านไปกันเลยดีกว่า…

Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล

Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล พระรามสอง บางมด

ร้านเปิด-ปิดบริการ

ร้าน Sea Some Ant ตั้งอยู่หลัง ม.บางมด บริเวณสวนหมาก ติดถนนใหญ่ เยื้อง ซ.พุทธบูชา 40

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งเเต่เวลา 17:30 – 23:30 น.

ถ้าจะไปสำรองที่นั่งไว้ก็ดีนะจ๊ะ เพราะที่นี่คนเยอะใช่ย่อยเลยจ้า ตอนที่ไปกินนี่ถ้าไม่ใช่ไปก่อนเวลาเปิดร้านนี่ คงได้รอคิวเเน่ๆ เเต่ไม่ต้องกังวลกลัวคนเยอะจนไม่มีที่นั่ง เพราะที่นี่เค้าเปิดรับจองสำรองที่นั่งด้วยนะจ๊ะ

 **สำรองที่นั่ง 093-3753757**  (โทรศัพท์เปิด 15:00น. เป็นต้นไป)

Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล พระรามสอง บางมด

Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล พระรามสอง บางมดภายในร้านจะเป็นสไตส์ โอเพ่นเเอร์นะจ้ะ นั่งปิ้ง ลมโกรก สบายๆได้เลย

SeaSomeAnt_3642
โซน ที่ตักอาหาร

ส่วนโซนที่ตักอาหารก็จะอยู่ด้านใน มีทั้งอาหารทะเลสดเเละอาหารที่ทำสำเร็จไว้ ตั้งรอให้บริการอยู่ รวมถึงเครื่องดื่มเเละไอศครีม ที่สำคัญบุฟเฟ่ต์เบียร์ ด้วยนะครัช!!

Untitled-2

อาหารทุกอย่างจะมีพนักงานคอยเติมให้ตลอดเวลาไม่ขาดช่วง ทำให้การรับประทานบุฟเฟ่ต์ไม่สะดุดเเต่อย่างใด โซนที่คนจะคับคั่งมากเห็นจะเป็นโซนของอาหารทะเล ซึ่งมีเเต่ของสดละลานตา อาทิเช่น กุ้งก้ามกราม กั้ง ปูม้า หอยนานาชนิด ปลาเเซลมอน ปลาดอรี่ ปลาหมึก ฯลฯ

หอยนานาชนิด
หอยนานาชนิด
หอยเซลล์
หอยเซลล์
หอยหวาน,หอยตลับ,หายเเครง,หอยเเมลงภู่,หอยหลอด
หอยหวาน,หอยตลับ,หายเเครง,หอยเเมลงภู่,หอยหลอด
ปูม้า
ปูม้า

อาหารทะเลสดใช้ได้ ปลาหมึกนี่ขนาดเป็นคนไม่ชอบกิน เเต่พอลองหมึกกระดองไปเท่านั้นเเหละ!! ขอบอกว่า จะไม่เสียใจกันเลยทีเดียว กรุบกรอบมากกก  กุ้งก็ตัวใหญ่ ไข่เเละมันเน้นๆ

กุ้งก้ามกราม
กุ้งก้ามกราม
กั้ง
กั้ง
ปลาเเซลมอน
ปลาเเซลมอน

ตอนกินเเอบสงสัยใช่เเซลมอนจริงหรือเปล่า เพราะกลิ่นไม่มีความเป็นเเซลมอนเลย =_=’ เลยเอะใจ นิ้ดนึง ว่าเป็นปลาเเต่งสีเปล่าหว่า เเต่ถึงอย่างนั้นก็เอาพี่กุ้งใหญ่ชดเชยจิตใจได้อยู่ เพราะ ความมั๊นมัน หวานๆ สมส่วนราคานี้ ทำเอาเเอดมินฟินเกินราคาไปเเล้วจ้าา

ปลาดอรี่
ปลาดอรี่
หมึกกล้วย
หมึกกล้วย
หมึกกระดอง
หมึกกระดอง

ของปิ้งย่างอื่นๆก็มีเหมือนกันนะ อย่างเห็ดออริจิ ไส้กรอก หรือจะเป็นบาบิคิวเสียบไม้ก็มี

ไส้กรอก
ไส้กรอก,เห็ดออริจิ
บาบิคิว
บาบิคิวเสียบไม้

ส่วนของอาหารที่ทำสำเร็จรูปก็มีให้เลือกลานตาเช่นกันนะจ้ะ เเถมอร่อย ขอบอกต่อเลยงานนี้!!

SeaSomeAnt_7911

SeaSomeAnt_7743

SeaSomeAnt_7027

SeaSomeAnt_4890

SeaSomeAnt_2900

SeaSomeAnt_1668

SeaSomeAnt_1496

SeaSomeAnt_871

เห็นเเละน้ำลายสอกันยัง!!! ง้านมาจัดกันเลยจ้าา เตาปิ้งย่าง ไฟร้อนเร็วทันใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ทันเวลาบุฟเฟ่ต์เลย ร้อนเร็วมากจนปิ้งเเทบไม่ทันกันเลย ส่วนน้ำจิ้ม ก็เป็นน้ำจิ้มสุกี้ เเละน้ำจิ้มซีฟู้ต ถ้าไม่เเซ่บพอก็เติมพริกมะนาวเพิ่มได้เลยจ้า ทั้งหมดที่เห็นนี้สุทธิราคาอยู่ที่ 399 บาท!! รวมเครื่องดื่มเเละของหวานเเล้วน้าาาา มีเวลาให้ฟินยาวๆ ถึง 1.30 ชม. ว่าเเล้วก็อย่าลืมตามกันมาซี๊ดดด กันได้ที่ Sea Some Ant กันนะจ๊ะ  Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล พระรามสอง บางมด

Sea Some Ant ทะเลบางมด บุฟเฟ่ อาหารทะเล พระรามสอง บางมดสามารถติดตามโปรโมทชั่นดีๆของร้านได้ที่ Facebook : Sea Some Ant นะจ๊ะ

** เพราะได้ข่าวไวๆว่าเค้ามีโปรดี กินคุ้มไม่จำกัดเวลาสำหรับ คนไม่ดื่มเเอลกฮอล์ เเหม่ รู้เเค่นี้ก็ฟินกันไปเเล้ว พอดีเเอดมินเป็นคนไม่ดื่ม ไว้จะเเวะไปอุดหนุนกันอีกรอบเเน่ๆ **

ต่ายน้อย

Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง

Mr.Seafood รามคำแหง บุฟเฟ่ต์ทะเลสดมากก

Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง โดยร้านจะอยู่หลังศูนย์อาหารราม127  ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน เพิ่งมีโอกาสได้ไปแวะชิมลิ้มรส

Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง
Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง

มีอาหารทะเลหลายอย่าง อาทิ

  • กุ้ง
  • หอย: หอยแครง หอยหลอด หอยกาบ หอยเชลล์ หอยหวาน และหอยอื่นๆอีกหลายชนิด ที่เราไม่รู้จักชื่อ
  • ปลา
  • ปลาหมึก
  • กั้ง
  • ปู

ซึ่งแต่ละอย่างก็ตัวใหญ่มากกก คับด้วยคุณภาพ

Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง

ส่วนเครื่องดื่มก็มีน้ำเปล่าสิงห์ เบียร์สิงห์ เบียร์ลีโอ เหล้า เครื่องดื่มอื่นๆเราไม่ได้ลงไปสำรวจ แต่จากที่กวาดสายตา เห็นเป็นขวดสีๆเหมือนร้านน้ำปั่นที่เอามาทำน้ำรสต่างๆ ซึ่งน่าจะให้เราผสมเองMr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหงมีโซนสำหรับเบียร์วุ้นด้วย อันนี้น่าจะราคาพิเศษMr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหงMr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง

ถึงเวลากินแล้ว อยากบอกว่ามันสดมากกก ทุกอย่างสด เนื้อปู เนื้อกุ้ง เนื้อกั้ง แบบแน่นๆ เนื้อมีรสชาดหวาน คือกินแล้วรู้เลยว่าสดมากๆMr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง

สำหรับของหวาน มีสับปะรด แตงโม และไอศครีม
ไอศครีมดูเละไปหน่อย แต่อร่อยมาก

Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง
เมนูของหวาน Mr.Seafood ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเล สาขารามคำแหง

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ เช่น หมูหมัก เนื้อหมัก ไส้กรอก หมูยอ ฯลฯ ซึ่งเราไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะตั้งใจมากินอาหารทะเล

สรุปรวบยอดรีวิวนี้

รสชาดอาหาร : สด อร่อย คุณภาพดี
ระยะเวลา : 1:30 ชม. (น้อยไป แนะนำหากมาเยอะแยกโต๊ะละ 2-3 จะพอดี)
ราคา : 399 บาท รวมเครื่องดื่มทุกชนิด (ยกเว้นเบียร์วุ้น)
ตำแหน่งที่ตั้ง : หลังศูนย์อาหารราม127

Au Bon Pain รับขนมฟรี

add ปุ๊บ!! รับปั๊บ ช็อคโกแลต ครัวซอง ฟรี!! จาก Au Bon Pain

วันนี้เเอดมินจะมาบอกต่อความอร่อยให้เเฟนๆ ชาวอินดี้รับทราบกับกิจกรรมดีๆจากโอ บอง แปง (ประเทศไทย) ซึ่งทางโอ บอง แปงได้จัดกิจกรรมรับขนมช็อคโกแลต ครัวซอง จากทางร้านค้าไปเลยฟรีๆ กติกาง่ายๆเพียง เเอด LINE@ aubonpainthailand เเล้ว จะได้รับเเมสเซสภายหลังการเเอดเฟรน

Au Bon Pain รับขนมฟรี

Au Bon Pain รับขนมฟรี

จากนั้นก็คลิกที่ข้อความในแชท ก็จะได้รับรหัส สามารถโชว์รหัสได้ที่หน้าเคาท์เตอร์แล้วรับ ขนมฟรีไปเลย

เเอดมินไปรับมาเเล้ววง่ายๆเลยตามนี้จ้า เป็นขนมปังช็อคโกแลต ครัวซอง มูลค่าชิ้นละ 100 บาท!! เเต่เนื่องด้วยกระเเสการจัดกิจกรรมดี๊ดี้เกินคาด ทางโอ บอง แปง เลยต้องประกาศเเบ่งการรับขนมปังเป็นสองช่วงเวลา เเละจำกัดสิทธิ์การรับต่อวันตามนี้จ้า

ตั้งแต่วันที่ 2-15 ตุลาคม ดังนี้ค่ะ

ช่วงแรก เวลา 10.00-11.00น แจกจำนวน 50 ชิ้น ต่อสาขา
ช่วงที่สอง เวลา 15.00-16.00น แจกจำนวน 50 ชิ้นต่อสาขา

***สามารถรับได้ทุกสาขาทั่วประเทศค่ะ

Au Bon Pain รับขนมฟรี
ขนมฟรี

ของฟรีจากเเบรนด์ดี ไม่ควรพลาด ชิมมาเเล้วรสชาติดี๊ดี้ ข้างในสอดไส้ช็อคโกเเลต หวานหอม ส่วนเนื้อเเป้งห๊อมหอมกรุบกรอบสไตล์ครัวซองมากจ้า

Au Bon Pain รับขนมฟรี Au Bon Pain รับขนมฟรี

ปล. อาจจะต้องอุ่นก่อนนิดนึงนะคะ เพราะขนมสำหรับแจกในกิจกรรมนี้ เขาจะใส่ถุงเตรียมไว้ให้เลยค่ะ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริการลูกค้า

มาม่าจัดเต็ม เครื่องแน่นๆ

คือแบบไม่มีไรมาก มันหิวอ่ะ เมนูแรกที่คิดได้ตอนนี้ กับเงินในกระเป๋าตอนปลายๆเดือนแบบนี้ ก็มาม่าไงเธอ แต่ขอเป็นแบบมาม่าจัดเต็มนะ ว่าแล้วก็ไม่รอช้า จัดเตรียมข้าวของเดินไปบิ๊กซี อะไรถูก อะไรลด หยิบมามาม่า

ได้เต้าหู้ลดราคามา ไข่ก็ลดมาม่าสิ่งที่เราได้มาก็มี

  1. มาม่ารสจัดอันนึง รสปกติอันนึง เพราะคิดว่าถ้ามาต้มรวมกันคงได้รสชาดที่กลมกล่อมขึ้น
  2. เต้าหู้ไข่
  3. ลูกชิ้น
  4. พริกชี้ฟ้า
  5. ไข่ไก่
  6. มะนาว
  7. กะหล่ำปลี
  8. ซอสแม็กกี้

หรือใครจะใส่ผักและเครื่องอื่นๆแล้วแต่ชอบก็ได้ค่ะ
เครื่องพร้อมแล้ว หั่นผัก ลูกชิ้น พริก มะนาวเตรียมไว้ ในขณะหั่นก็ต้มน้ำรอ เรามีหม้อสุกี้ขนาดเล็กเพื่อการยังชีพอยู่คือมันดีมาก ร้อนเร็วมากDSCF0460เครื่องพร้อมแล้ว น้ำเดือน ก็เหยาะแม็กกี้นิดนึง ตามด้วยมาม่าทั้ง 2 รส ใส่ผัก ลูกชิ้น เต้าหู้ลงไป รอจนเส้นเริ่มสุก ตอกไข่ใส่ลงไปเราใส่ไข่ประมาณ 4 ฟอง เพราะไข่จะทำให้น้ำข้นและอร่อยยิ่งขึ้น

จากนั้นใส่เครื่องปรุงที่มากับซองมาม่าทั้งหมดลงไปDSCF0475

คนให้เข้ากัน ชิมรสชาดตามใจชอบDSCF0481ปิดไฟ บีบมะนาว

DSCF0482เรียบร้อยแล้ว เชิญอร่อยได้ค่ะ 😉

เห็นมั้ยว่ามันง่ายมาก ติดตามเมนูต่อไปได้ที่นี่เรื่อยๆนะคะ Sunday.morning

เชียงใหม่หน้าฝน ชิลไปตามสภาพอากาศ2วัน2คืน(วันที่2)

มาต่อวันที่ 2 ตามที่นัดไว้กับเพื่อนเป็นเวลา 8:00 น. แต่ก็เลทกันนิดหน่อย
ร้านโจ๊กต้นพยอม
เริ่มต้นมื้อเช้ากันที่ร้านโจ๊กต้นพยอม ซึ่งหมายตาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแต่คิวยาวมาก วันนี้คนไม่ค่อยเยอะ จริงๆก็เยอะ แต่ยังพอมีโต๊ะว่าง
ร้านโจ๊กต้นพยอม ตั้งอยู่บนถนนสุเทพ ทางขึ้นดอยสุเทพ ร้านตั้งอยู่ซ้ายมือ สังเกตง่ายๆจะมีต้นพยอมอยู่หน้าร้าน

ร้านโจ๊กต้นพยอม
ร้านโจ๊กต้นพยอม

อาหารราคาไม่แพงค่ะมื้อนี้ประมาณ 160 บาทค่ะ มีโจ๊ก 3 ถ้วย และปาท่องโก๋ชุดนี้ ร้านนี้ไม่ได้มีแค่โจ๊กนะคะ ยังมีเครื่องดื่มอย่างชา กาแฟสด ด้วยค่ะ

วัดผาลาด
หลังจากทานมื้อเช้ากันเรียบร้อย อิ่มท้องเบาๆ ก็เดินทางมุ่งหน้าสู่ดอยสุเทพ ระหว่างทางขึ้นดอยสุเทพ จะมี “วัดผาลาด” หลายคนอาจไม่ได้สนใจกับวัดเล็กๆแห่งนี้ ที่ข้างทางดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เราก็ไปเจอว่าข้างในมีน้ำตกไหลผ่านด้วย

วัดสกิทาคาหรือวัดผาลาด
วิหารพระพุทธเจ้า 5

มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา สร้างได้ลงตัวกลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ

วัดสกิทาคาหรือวัดผาลาดถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ หน้าฝนน่าเที่ยว “วัดผาลาด” ลงตัวท่ามกลางธรรมชาติ (ถ้าไม่เขียนแยกรีวิวจะยาวเกินไป)

ดอยปุย

หลังจากเดินเที่ยวชมไหว้พระเรียบร้อยแล้ว ก็ไปต่อที่ดอยปุย ทางขึ้นดอยปุยจะค่อนข้างแคบหน่อยหากใครไม่มั่นใจจะขับเองก็สามารถจอดรถไว้แถวพระตำหนักภูภิงคฯ แล้วเหมารถแดงขึ้นไปก็ได้ค่ะ แต่จริงๆทางก็ไม่ได้น่ากลัวมากขนาดนั้นนะคะ ยังขับเองได้ ส่วนเรากับเพื่อนก็ขับไปกันเอง(หญิงแกร่ง)

ดอยปุยหน้าฝน
รถแดงพาเที่ยวดอยปุย

ที่ดอยปุยจะมีหมู่บ้านม้ง ระหว่างทางขึ้นไปดอยจะมีร้านค้าขายของงานฝีมือของชาวม้ง ตลอดทาง

หมู่บ้านม้งดอยปุย
หมู่บ้านม้งดอยปุย

จะต้องมีค่าขึ้นดอยด้วยคนละ 10 บาท บนดอยก็จะมีดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิดดอยปุย

ร้านกาแฟดอยปุย
ด้านบนมีร้านกาแฟดอยปุย ซึ่งวิวสวยมากถ้ามองจากร้าน ราคากาแฟอยู่ที่แก้วละ 60 บาท ซึ่งเทียบกับวิวและบรรยากาศแบบนี้ ถือว่าไม่แพงเลยค่ะ

ร้านกาแฟม้งดอยปุย
ร้านกาแฟม้งดอยปุย

นั่งจิบกาแฟไป ชมวิวไป สักพักก็มีหมู่ก้อนเมฆที่เคลื่อนมาบดบังภูเขาอีกลูกนึง ทำให้ได้เห็นภาพที่สวยงามมาก แต่ภาพที่เห็นนี้อีกไม่นาน ฝนก็ตก เราก็เลยรีบลงจากดอยเพราะเกรงว่าจะติดฝนอีกนาน กลัวจะเป็นอันตรายตอนเดินทาง

ดอยปุย
ดอยปุย

ดูรีวิวและภาพจากดอยปุยเพิ่มเติมได้ที่ หน้าฝนน่าเที่ยว “ดอยปุย-บ้านม้งดอยปุย”

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
กลับมาจากดอยปุยเราก็แวะพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่นี่จัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิดมาก บนเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ไปถึงพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ แปบนึงฝนก็ตกปรอยๆ ตกๆหยุดๆค่ะ แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้ตกหนักเป็นแค่ละอองฝน แต่ถ้าใครจะพกผ้ากันฝนหรือร่มไปก็ดีค่ะDSCF1316

สำหรับภาพจากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ทั้งหมดสามารถดูได้ที่  หน้าฝนน่าเที่ยว “ชมดอกไม้งามที่พระตําหนักภูพิงค์” 

หลังจากเดิมชมดอกไม้ ถ่ายภาพกันจุใจแล้วก็กลับ จริงๆจุดหมายต่อไปคือวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร แต่เนื่องด้วยน้ำมันรถที่ใกล้หมด เพราะลืมเช็คก่อนออกเดินทาง ประกอบกับหิวข้าวกันแล้ว เราเลยเปลี่ยนแผนกลับเข้าไปในตัวเมือง บริเวณที่จอดรถนอกพระตำหนักมีร้านขายอาหารของกินอยู่หลายร้าน ก็รองท้องเบาๆกันไป เพราะจุดหมายหลักของมื้อนี้ที่เพื่อนไกด์แนะนำคือ ส้มตำหลวงพระบาง

ส้มตำหลวงพระบาง
ที่นี่มีอาหารลาว แบบสไตล์หลวงพระบางแท้ๆ โดยเมนูเด็ด 2 ศรีพี่น้องที่พลาดไม่ได้คือ ส้มตำหลวงพระบางและส้มตำเวียงจันทร์ 

ส้มตำหลวงพระบาง ส้มตำเวียงจันทร์
ส้มตำหลวงพระบาง(ซ้าย)  ส้มตำเวียงจันทร์(ขวา)

ซึ่งจากการลงคะแนนเสียงของทั้ง 3 สาว โหวตเป็นเสียงเดียวกันว่า ส้มตำหลวงพระบาง(ซ้าย) ชนะเลิศค่ะ
ส้มตำหลวงพระบาง ใส่น้ำปูเข้มข้น ไม่มีปลาร้า รสชาดไม่เผ็ด ตัวเส้นส้มตำจะบางและแผ่นใหญ่ ส่วนส้มตำเวียงจันทร์(ขวา) เส้นจะเล็ก คล้ายๆแบบที่เห็นทั่วไปรสชาดคล้ายส้มตำปูปลาร้า เผ็ดนิดหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆให้อีกมากมาย อาทิ ไคแผ่น, ต้มแซ่บ ฯลฯ

ส้มตำหลวงพระบาง
เมนูอาหารร้านส้มตำหลวงพระบาง

ซึ่งทั้งหมดนี้คิดค่าเสียหายแล้วอยู่ที่ประมาณ 400++ บาท อิ่มกันถ้วนหน้า

อิ่มหนำสำราญกันด้วยเวลาประมาณ 14:00 น. ก็กลับที่พัก นั่งพักชาร์ตแบตกันสักพัก ก็ออกไปเที่ยวต่อ โดยทริปจากนี้ไปก็คือไหว้พระในตัวเมืองเชียงใหม่

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
เชียงใหม่มีวัดเยอะมาก  ด้วยเวลาที่ยังเหลืออีกเยอะ ตอนเย็นเราจะไปเดินถนนคนเดินที่ใหญ่กว่าเมื่อวาน เรียกว่าถนนคนท่าแพ เพื่อนไกด์เลยแนะนำให้จอดรถไว้ในซอยแถวๆถนนคนเดิน ซึ่งวัดที่เราจะไปก็อยู่บนถนนคนเดินด้วย ดังนั้นเราก็จะได้เดินถนนนคนเดิน พร้อมกับแวะไหว้พระไปด้วย ขณะนี้เวลาประมาณ 16:00 น. ร้านหลายๆร้านบนถนนคนเดิน ตั้งร้านยังไม่เสร็จ เราจึงแวะเข้าวัดกันก่อน โดยเริ่มต้นกันที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พระอารามหลวงเก่าแก่ของเชียงใหม่ เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวง

พระวิหาร พระอุโบสถ พระวิหารหลวง หรือพระวิหารกลาง งดงามตระการตามากกับศิลปะแบบล้านนา

วัดเจดีย์หลวง
วัดเจดีย์หลวง

เดินไปด้านหลังพระอุโบสถ จะมีพระธาตุเจดีย์หลวง พระธาตุเก่าแก่ สมัยพระเจ้าแสน เป็นพระธาตุที่มีความสูงใหญ่ที่สุดในอาณาจักรล้านนา อายุกว่า 600 ปี

พระธาตุเจดีย์หลวง
พระธาตุเจดีย์หลวง
พระมหาสังกัจจายน์
พระมหาสังกัจจายน์

ที่นี่มีสถาปัตยกรรมหลายอย่างที่เก่าแก่ให้เราได้ชม ไม่ว่าจะเป็น พระนอน หรือ พระพุทธไสยาสน์, พระมหาสังกัจจายน์, ต้นยางใหญ่ 3 ต้น อายุกว่า 200 ปี, หอธรรม (หอพระไตรปิฏก), กุฏิแก้วนวรัฐ กุฏิหลังแรกของวัด สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง, เสาอินทขีล เชื่อกันว่าเป็นหลักเมืองเชียงใหม่ ฯลฯ

วัดพันเตา
ออกจากวัดเจดีย์หลวงก็เดินมาไม่กี่ก้าว ข้างๆก็มีอีกวัดหนึ่งคือ วัดพันเตา เดิมเป็นพื้นที่ในเขตวัดเจดีย์หลวง สร้างจากไม้สักทั้งหลัง ที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุดของเชียงใหม่ เพื่อนไกด์เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนบริเวณนี้เป็นที่ตั้งเตาหลอม ในการหล่อพระอัฏฐารสในวิหารวัดเจดีย์หลวง

วัดพันเตา
วัดพันเตา

ฝนเริ่มลงเม็ดมาแล้ว เพื่อนไกด์บอกว่า ถ้าฝนไม่ตก ตอนกลางคืนวัดพันเตาจะจุดเทียนตามทาง สวยงามมากวัดพันเตา

วัดพันเตา
วัดพันเตา

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
ฝนปรอยๆไม่หนักมาก สักพักก็หยุด เราก็เดินออกจากวัด ผ่านถนนคนเดิน แวะดูร้านนั้นร้านนี้ เพื่อเดินต่อไปยัง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ซึ่งไม่ไกลจากกันมากนัก
พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ หรือ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทย 3 พระองค์ ผู้สร้างเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ คือ พญามังราย, พญางำเมือง และ พ่อขุนรามคำแหง เป็นที่นิยมในการมาสักการะบูชากัน

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

ตรงข้ามกับอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จะเป็นศาลแขวงเชียงใหม่เก่า

ศาลแขวงเชียงใหม่เก่า
ศาลแขวงเชียงใหม่เก่า

จะเห็นว่าพื้นถนนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เพราะฝนตกๆหยุดทั้งวันค่ะ และตอนนี้ฝนก็ลงเม็ดอีกแล้ว เดินมาถึงตรงนี้ก็สุดทางถนนคนเดินแล้ว เราก็เดินกลับทางเดิม เพื่อเดินถนนคนเดินด้วย แต่ระหว่างทางฝนตกหนัก ซึ่งถ้าเดินฝ่าต้องเปียกแน่ๆ ระหว่างถนนคนเดิน ก็อย่างที่บอกว่ามีวัดอยู่ติดๆกันเยอะแยะไปหมด เราก็เลยแวะที่วัดอินทขีลสะดือเมือง

วัดอินทขีลสะดือเมือง

วันอินทขีลสะดือเมือง
วันอินทขีลสะดือเมือง

ด้านข้างจะเห็นร่มและเต้นท์ที่กางอยู่มากมาย ซึ่งก็คือตลาดถนนคนเดินนั่นเอง

วันอินทขีลสะดือเมือง
หลวงพ่อขาว วันอินทขีลสะดือเมือง

ภายในวัดอินทขีล มีพระพุทธรูปสำคัญอยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มาเป็นเวลานาน ซึ่งก็คือ หลวงพ่อขาว อายุกว่า 700 ปี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบล้านนา มีพระพักตร์อิ่มเอิบ ตั้งอยู่ภายในวิหารทรงล้านนาที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง

อยู่ในอุโบสถกันสักพัก ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลย เราก็เลยตัดสินใจส่งตัวแทนวิ่งไปซื้อเสื้อกันฝนมา แล้วก็เดินกลับกันไปที่รถ เพื่อไปหาอะไรกินกัน ด้วยเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ ตัดสินใจกันยังไม่ได้ว่าจะกินไร ขับรถไปกับสายฝนที่ตกปรอยๆตลอดทาง สุดท้ายเพื่อนเสนอร้านแถวกาดมอ ซึ่งก็คือตลาดหลังมอนั่นเอง (คนเชียงใหม่เรียก ตลาด ว่า กาด) ด้วยเวลาประมาณ 2 ทุ่ม

ร้านท่าช้าง
หลังจากอิ่มท้องแล้ว เพื่อนไกด์ได้พูดถึง เมนูใหม่สูตรหมาใจดำ แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว ไม่รอช้า ขณะนี้เวลา 3 ทุ่ม บึ่งรถไปที่ร้านท่าช้าง ที่ถนนแถวเจเจมาร์เก็ต เพื่อนไกด์บอกว่า ร้านท่าช้าง เป็นสถานที่เที่ยวกลางคืนยอดฮิตของวัยรุ่นเชียงใหม่ มีเครื่องดื่มรสชาดดีๆ ชื่อแปลกๆให้ได้ลองกัน ไหนก็มาแล้วเนอะ สัมผัสให้ครบทุกบรรยากาศ ทุกไลฟ์สไตล์ จะได้คุ้มกับการมาเที่ยว

ร้านท่าช้าง
ร้านท่าช้าง

บรรยากาศในร้านตกแต่งเก๋ๆแนวๆ ออกแนวย้อนยุคสไตล์วินเทจหน่อยๆ ประดับด้วยโคมไฟที่เป็นชื่อปั๊มน้ำมัน ใช้ถังน้ำมันมาเป็นโต๊ะ ทาสีเข้มจัดสะดุดตา ลูกค้ามีตั้งแต่เด็กวัยรุ่น ไปจนถึงคนวัยทำงาน

สำหรับรีวิวนี้ประสบการณ์ที่เชียงใหม่ 2 วัน 2 คืน เราไม่สามารถไปได้ครบทุกที่ เชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าหากมีโอกาสเราจะกลับไปเยี่ยมเชียงใหม่อีกแน่นอนค่ะ

เชียงใหม่ทำให้เราได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นล้านนา วัฒนธรรมที่แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัย แต่เมืองนี้ก็ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวของคนรุ่นเก่าให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี  แม้ว่าจะมีวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่เข้ามา แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันกับวัฒนธรรมเก่าและผสานกันได้อย่างลงตัว

ที่สำคัญคือมิตรภาพ ที่ได้รับจากเพื่อนไกด์ ขอบคุณที่เสียสละเวลาพาเราเที่ยว ไม่บ่นซักคำ 🙂

สามารถดูรีวิววันที่ 1 ได้ที่ เชียงใหม่หน้าฝน ชิลไปตามสภาพอากาศ(วันที่1)

สำหรับแผนที่หากมีเวลาจะมีอัพเดทเพิ่มเติมค่ะ หรือใครอยากได้เป็นพิเศษ สามารถคอมเม้นถามได้เลยค่ะ

sunday.morning