[18++]มิวเซียม ณ ‘พัฒน์พงศ์’ ถนนสุดเซ็กซี่ที่อบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งสงคราม

 Main points :

พื้นที่แห่งความลับแห่งสงคราม’ : ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาระหว่าง และหลังสงคราม เจ้าหน้าที่ CIA มากมาย

  • ความเจ็บปวดที่ไม่เคยเปิดเผย’ : ในห้องลับ มิวเซียม กำลังฉายสารคดีเกี่ยวกับสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 200,000 ศพ สงครามที่เราแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นั่นก็คือ ‘Secret war in laos’
  • ที่ประจำของคนดังระดับเวิล์ดคลาส’ : CIA ชื่อดังอย่าง TONY POE ที่ตัดหูเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายส่งไปแทนรายงาน ต้นแบบผู้พันสุดเหี้ยมในหนังเรื่อง Apocalypse Now ได้ใช้ชีวิตของเขาอยู่ที่พัฒน์พงศ์ในช่วงเวลาระหว่าง และ หลังสงคราม รวมถึง David Bowie, Kendall Jenner ก็เคยมาเยือนที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน
  • โซนสุดซาบซ่าน นั่งจิบเบียร์ ชมโชว์ผ่าน LED’ : อีกหนึ่งโซนที่พลาดไม่ได้คือ โซนเครื่องดื่มที่บาร์  และเปียโนสุดคลาสสิค ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นจอ LED ที่ฉายภาพสาวเต้นอะโกโก้สุดวาบหวิวอยู่ในจอ
  • โซนสุดเสียว แซ่ฟาด!” :  เป็นโซนที่น่าสนใจแบบสุดๆไปเลย เพราะมีทั้ง เครื่องโยนลูกปิงปอง (ที่แซ่บมากๆ) แบบอัตโนมัติมาให้เแขกได้ลองรับกัน รวมไปถึงกรงขังที่มีโซ่ แซ่ กุญแจมือพร้อมสำหรับผู้ที่หลงใหลเรื่องราวแบบ S&M ไปกระทั่งเกมพิสูจน์เพศของสาวสวยทั้งหลายว่าเป็น สตรีที่เห็นในภาพตรงหน้านั้นเป็นเพศชาย
  • คำเตือน รีวิวนี้อาจจะมีภาพที่เซ็กซี่มากๆอยู่ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ควรได้

 


 

 

ได้ยินชื่อของพัฒน์พงศ์ ใครหลายคนคงมีภาพจำเป็นถนนที่ส่องสว่างไปด้วยดวงไฟประดับประดาตามท้องถนน กับโชว์สุดวาบหวิว และป้ายโฆษณาที่เด่นหราอยู่หน้าร้านต่างๆ  แต่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าย่านแห่งการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เช่นนี้ย่อมเงียบเหงา และมืดกว่าปกติ มีเพียงแสงสีขาวจากไฟถนนข้างทางเพียงเท่านั้น

พัฒน์พงษ์ ดูแปลกตาไปกว่าที่เคย

วันนั้นได้รับการชวนไปดูงานศิลปะที่จัดที่ แกลอรี่ของตะวัน วัตุยา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของสตรียามค่ำคืนที่ทำงานอยู่ในถนนเส้นนี้ที่ผู้คนหลายคนอาจจะใช้สายตามองว่าพวกเธอนั้นเป็นเพียงอาชีพที่ให้ความสำราญทางเพศเท่านั้น แต่หากมองด้วยอีกมุมของสายตาแล้ว พวกเธอเหล่านั้นก็เป็นมนุษย์คนนึงที่ทำอาชีพสุจริต เพื่อสร้างความสุขให้แก่ผู้คนเฉกเช่นอาชีพทั่วไปเช่นกัน

แกลอรี่นี้ตั้งอยู่ที่ ถนนพัฒนพงศ์​ หลายคนที่คุ้นเคยกับถนนเส้นนี้คงคิดถึงพอสมควร  รออีกอึดใจอาจจะได้กลับมาเที่ยวอย่างปกติ แต่ในขณะที่สถานบันเทิงหยุดพักผ่อนกันชั่วขณะหนึ่ง เราอาจจะคลายความคิดถึงถึงพัฒน์พงศ์ ด้วยการไปท่องโลกของพัฒน์พงศ์ที่ย้อนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านร้อน ผ่านหนาว ใน hidden place แห่งนี้

พัฒน์พงษ์ มิวเซียม

เริ่มต้นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของครอบครัว พัฒน์พงศ์ และหลวงพัฒน์พงศ์พานิช ที่พลิกวิกฤติเป็นโอกาส จากการค้นพบดินที่ไม่เหมาะสมแก่การทำไร่ ทำนา ท้ายที่สุดจึงพบว่าดินนั้นมีส่วนผสมของแคลไซต์ค่อนข้างมาก จึงเหมาะแก่การทำปูน และหลังจากนั้นธุรกิจปูนซีเมนต์ตราช้าง ก็ถือกำเนิดขึ้น รวมถึงศักดินาของตระกูลพัฒนพงศ์ด้วยเช่นเดียวกัน

คนที่เป็นคีย์แมนสำคัญสำหรับ พัฒน์พงศ์ คือคุณ อุดม พัฒน์พงศ์ ทายาทรุ่นที่ 3 เขาสร้างได้เริ่มเปิดพื้นที่ให้บริษัทต่างๆได้เข้ามาจับจองเช่าทำออฟฟิศหลายบริษัท โดยบริษัทส่วนใหญ่ไม่ใช่บริษัทเล็ก บริษัทน้อย แต่กลับเป็นบริษัทข้ามชาติ อย่างปั๊ม Shell, สายการบิน Trans World Airline, ปั๊ม Caltex รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง IBM ด้วยเช่นกัน

พื้นที่แห่งความลับแห่งสงคราม

ด้วยประชากรในพื้นที่เริ่มหนาแน่นแล้ว ร้านอาหาร รวมถึงบาร์ต่างๆจึงเริ่มเปิดขึ้นที่นี่ บาร์แห่งแรกที่เปิดขึ้นมีชื่อว่า THE GRAND PRIX ที่เปิดทำการมายาวนาน และมีลูกค้ามากมาย ทั้งไทยทั้งเทศ และเนื่องจากช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาระหว่าง และหลังสงคราม เจ้าหน้าที่ CIA มากมายที่มาตั้งฐานทัพที่ประเทศไทย จึงมาสังสรรค์กันที่นี่เป็นว่าเล่น ราวกับเป็นโต๊ะน้ำชาหลังทำงานเสร็จที่จะมาพูดคุย ผ่อนคลาย จากความเครียดของภาวะสงครามที่เจอเลยก็ว่าได้ เรื่องราวต่างๆของสงครามที่ไหลเวียนผ่านกระแสสนทนา ที่แห่งนี้คนส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้แต่ถนนพัฒน์พงศ์รู้

ที่น่าสนใจคือเรื่องราวของอุดม พัฒน์พงศ์พานิช ซึ่งในเว็บไซต์ของ www.patpongmuseum.com ได้เล่าถึงการเชื่อมโยงระหว่าง อุดม และ หน่วยสืบราชลับของอเมริกา ซึ่งเป็นที่มาของเขตธุรกิจในพัฒน์พงศ์ และเป็นการต่อยอดมาถึงปัจจุบันไว้ว่า

อุดม พัฒน์พงศ์พานิช เคยศึกษาที่ประเทศอเมริกา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านได้เข้าร่วมกับหน่วยสืบราชการลับ (OSS) ซึ่งต่อมาคือหน่วยสืบราชการลับของอเมริกา (CIA)

อุดม คือกุญแจสำคัญ เพราะหน่วยสืบราชการลับของอเมริกา มีแผนที่จะรบกับทหารญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนั้นญี่ปุ่นสนใจในประเทศไทย อย่างไรก็ตามอุมได้ถูกฝึกให้เป็นเสรีไทย เพื่อเข้าร่วมที่จะต่อต้านญี่ปุ่นในขณะนั้น

ทีนี้คุณก็ได้เข้าใจแล้วว่า อุดมไม่ได้วางแผนไว้ว่าหน่วยสืบราชการลับ จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องราวของเขา’ (patpongmuseum.com,2019)

 

 

 

 

 

ความเจ็บปวดที่ไม่เคยเปิดเผย

ในห้องลับ มิวเซียม กำลังฉายสารคดีเกี่ยวกับสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 200,000+ ศพ สงครามที่เราแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นั่นก็คือ ‘Secret war in laos’ สารคดีฉายเรื่องราวต่างๆราว 10 นาที บ่งบอกถึงการก่อสงครามในประเทศลาวช่วงที่มีสงครามเวียดนาม เนื่องจากตัดสายเส้นทางส่งลำเลียงอาหารจากลาว ไปเวียดนาม ที่น่าตกใจคือ จำนวนระเบิดที่อเมริกาทิ้งลงไปในสงครามครั้งนั้นรวมกันมากกว่าจำนวนระเบิดที่อเมริกาทิ้งในสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียอีก  เรื่องราวเหล่านี้เพิ่งได้รับการเปิดเผยไม่นานมานี้ มันสุดแสนจะสะเทือนใจ และในห้องฉายวีดีโอนี้ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่เป็นอีกกระบอกเสียงที่บอกให้โลกได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเวลาพอๆกันกับที่ทหารอเมริกันมาสร้างฐานทัพที่ประเทศไทย ถ้ามีโอกาส ใจจริงอยากให้ทุกคนได้ไปชมสารคดีเรื่องนี้จริงๆ

เรื่องราวบางส่วนเกี่ยวับ Secret War in Laos.

ที่ประจำของคนดังระดับเวิล์ดคลาส

ใครเคยดูหนังเรื่อง Apocalypse Now ของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทุกคนควรจะได้ไปดูก่อนตาย ก็จะต้องรู้จักกับ Colonel Kurtz ผู้พันที่ถูกตามฆ่า และตั้งตนเป็นใหญ่ในพื้นที่ถิ่นกัมพูชา หลังจากคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากมายในสงครามเวียดนาม โมเดลของตัวละครนี้คือ Tony Peo หรือ Anthony Poshepny  CIA สุดโหดที่สังหารและ ตัดหูเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ส่งไปแทนรายงาน  ในมุมหนึ่งของมิวเซียมได้มีส่วนของนิทรรศการที่จัดแสดงเรื่องราวของเขามากพอสมควร แม้กระทั่งหูของเหยื่อที่เขาตัดมาก็มาร้อยให้เห็นกันชัดๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของมิวเซียมก็ว่าได้ เรื่องความโหดร้าย และการใช้ชีวิตหลังสงครามจนถึงบั้นปลายของเขา ถนนพัฒน์พงศ์แห่งนี้ 

นอกจาก Tony Poe แล้วยังมีโซนของ David Bowie ร๊อกสตาร์ชื่อดังระดับโลก และรวมถึงโซนเซเล็ปเวิล์ดคลาสทั้งหลาย เช่น  Kendall Jenner ที่มาเยือนพัฒน์พงศ์อีกด้วย

 

โซนสุดซาบซ่าน นั่งจิบเบียร์ ชมโชว์ผ่าน LED’

อีกหนึ่งโซนที่พลาดไม่ได้คือ โซนเครื่องดื่มที่บาร์  และเปียโนสุดคลาสสิค ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นจอ LED ที่ฉายภาพสาวเต้นอะโกโก้สุดวาบหวิวอยู่ในจอ ที่วันนี้เราก็ได้พบกับตัวจริงเสียงจริงของพวกเธอ ตามความรู้สึกแล้ว พวกเธอน่ารักมากๆ 

 

โซนสุดเสียว แซ่ฟาด!’

และอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจ และไม่พูดถึงคงไม่ได้ด้วยวันนี้ถูกเปิดให้ชมแบบ Blackout musuem คือ  ปิดไฟชมนิทรรศการเพื่อได้บรรยากาศแบบ Red light district จริงๆ  โซนนี้เป็นโซนสุดแซ่บ ที่เดินเข้าไปเราต้องร้อง อื้อหือ อยู่หลายที ผ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์กันมาพักใหญ่ แต่จะละเลยไฮไลท์ของพัฒน์พงศ์ก็ใช่ที่ โซนนี้เป็นอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจแบบสุดๆไปเลย เพราะมีทั้ง เครื่องโยนลูกปิงปอง (ที่แซ่บมากๆ) แบบอัตโนมัติมาให้เแขกได้ลองรับกัน รวมไปถึงกรงขังที่มีโซ่ แซ่ กุญแจมือพร้อมสำหรับผู้ที่หลงใหลเรื่องราวแบบ S&M ไปกระทั่งเกมพิสูจน์เพศของสาวสวยทั้งหลายว่าเป็น สตรีที่เห็นในภาพตรงหน้านั้นเป็นเพศชาย หรือ เพศหญิง และวีดีโอสารคดีสุดเซ็กซี่ของธุรกิจบันเทิงชื่อดังในพัฒน์พงศ์ที่ฉายการทดลองยิงปิงปอง หรือการเปิดขวดแบบให้เห็นกันสดๆ 

ไม่ไปไม่ได้แล้วมั้ยแบบนี้?

นอกจากพัฒน์พงศ์ มิวเซียมแล้ว เรายังได้มีโอกาสรับชมการจัดนิทรรศการภาพวาด portrait ของเหล่าสตรี พัฒน์พงศ์ โดยฝีมือของส่วนตัวเราว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งแหล่งการเรียนรู้ที่แบบ ดีมากๆ เนื้อหาอัดแน่น และมีหลายมุมให้ได้มองย่านพัฒน์พงศ์ที่ทำให้เราได้เปิดใจมองพัฒน์พงศ์ในรูปแบบใหม่ ที่ก่อนหน้านี้ใครหลายคนเลือกที่จะปิดตา และเมินเฉยกับพื้นที่ที่โดนมองว่าอโคจรแห่งนี้  เหมือนกับสายตาของคุณ  ไมเคิล เมสเนอร์ เจ้าของมิวเซียมที่อยู่กับพัฒน์พงศ์มานานจนเขามองว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่เพียงแหล่งรวมสถานบันเทิงทั่วไป แต่กลับรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ระดับโลกมากมายไว้ และอยากให้ทุกคนได้รับรู้เช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

พัฒนพงศ์มิวเซียม

พิกัด : https://g.page/PatpongMuseum?share  (ลงบีทีเอสสีลม เดินนิดเดียว เลี้ยวขวาเข้าซอยพัฒน์พงศ์ ไม่นานจะเห็นเลยอยู่ขวามือ)

ราคาบัตร : 350 บาท แต่รับรองคุ้มสุดๆแน่นอน

พิพิธภัณฑ์ พัฒน์พงศ์

5 พัฒน์พงษ์ ซอย 2 บางรัก

กรุงเทพฯ 10500

โทร :+66 (91) 8876 829

เวลาเปิดทำการ :

จันทร์อาทิตย์ 11:00 . ถึง 20:00 .

แหล่งอ้างอิง :

https://www.patpongmuseum.com/

https://en.wikipedia.org/wiki/Anthony_Poshepny

https://mgronline.com/indochina/detail/9490000094623