เที่ยวหัวหิน 1 วัน ไป-กลับ ทริปประหยัดเวลาและเงินในกระเป๋า

สำหรับคนที่มีเวลาไม่มากนัก(รวมทั้งเงินในกระเป๋าที่ไม่มาก) แต่อยากเที่ยว เราขอเสนอทริปนี้เลย

“เที่ยวหัวหิน วันเดียวไป-กลับ”

หลังจากที่ศึกษาเส้นทางคร่าวๆและสถานที่ที่ต้องการไป  ในเย็นของวันศุกร์ (29 ส.ค. 57) เช้าวันเสาร์เราก็ออกเดินทาง โดยมีผู้ร่วมทริปทั้งหมด 5 คน

ทริปนี้รู้สึกเสียดายมากที่ไม่มีเวลาจริงๆ แต่ใครมีเวลาหน่อยค้างคืนก็จะได้เที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆหน่อย ที่พักหัวหินน่าพักหลายที่เลย ลองไปดูในเว็บ Traveloka ได้ จองมาหลายทริปแล้ว จองง่ายสะดวก มีโปรโมชั่นส่วนลดบ่อยมาก

แถมใครไม่มีบัตรเครดิตก็จองได้อีกต่างหาก เพราะเค้ามีช่องทางการโอนเงิน

ตอบโจทย์วัยรุ่นสุดๆ

08:00 ออกเดินทาง

จากถนนรามคำแหง ขึ้นทางพิเศษศรีรัชค่าทางด่วน 50 บาท ไม่เคยไป ไปไม่เป็น google map ช่วยคุณได้

แผนที่ไปหัวหิน
แผนที่จับจากถนนรามคำแหงไปหัวหิน

ตรงไปยังสมุทรสาคร

แผนที่ไปหัวหิน
เกาะทางด่วนไปยังสมุทรสาครไว้

ถึงชะอำเมื่อเวลาประมาณ 10:30 น. 
เนื่องจากเป็นห่วงน้องๆพยาธิที่ดิ้นอยู่ในท้อง เพราะฉะนั้น เป้าหมายแรกที่เราจะไปก็คือ

“สะพานปลา”

เลี้ยวซ้ายจากถนนเพชรเกษมไปยังชายหาดชะอำ ตรงไปยังสะพานปลาซึ่งอยู่ติดกับชายหาดชะอำ ข้างในจะมีร้านขาย

อาหารทะเลสด กุ้ง หอย ปลาหมึก ปู

ตัวเป็นๆ ให้เลือกเอง ที่ร้านจะมีบริการทำให้ทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่ ปิ้ง ย่าง หรือนึ่ง (ค่าทำอย่างละ 20 บาท) พร้อมน้ำจิ้มรถเด็ด(ฟรี)

ส่วนจะนั่งทานที่ร้านหรือนำไปทานริมหาดก็ได้ค่ะ มีถ้วยโฟมให้(สามารถขอเพิ่มกับทางร้านได้ฟรีไม่คิดตังค์) รอประมาณ 40-60 นาที เช็คบิลทั้งหมด 1010 บาท โดยสิ่งที่ได้มาคือ

  • ปู 1.5 กก.
  • หอยแครง 1 กก.
  • ปลาหมึก 1 กก.
  • กุ้ง 1 กก.

จากนั้นก็ไม่รอช้าไปเช่าที่นั่งริมหาดเหมา 200 บาท พร้อมด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ได้มาจากสะพานปลา และสั่งอาหารเพิ่มนิดหน่อยสำหรับ 5 ที่(ไม่อั้น) ราคาอาหารไม่แพงมาก

ริมหาดชะอำ
ริมหาดชะอำ
ทะเลหัวหิน
ทะเลหัวหิน
ริมหาดชะอำ
ที่นั่งริมหาดชะอำ เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ

ด้วยความที่ต่างคนต่างหิว ก็ไม่ได้สนใจถ่ายรูปแต่อย่างใด มุ่งหน้ากับอาหารมากกว่า ดีที่ยังได้ภาพมานิดหน่อยมากๆ คือรูปเดียวค่ะ แฮ่ๆ 😉

อาหารทะเลจากสะพานปลาหัวหิน
อาหารทะเลจากสะพานปลาหัวหิน

พอลงมือกับอาหารข้างหน้า ส่วนอาหารที่สั่งเพิ่มจากร้านริมหาดก็ลืมถ่าย ถ่ายอีกทีก็ได้รูปนี้แล้วค่ะ 🙂

อาหารริมชายหาดชะอำ
เศษซากที่เหลือ

โดยอาหารที่สั่งมาทานเพิ่มก็มี

  • ส้มตำ 50 บาท
  • ข้าวผัดจานใหญ่ 200 บาท 
  • ต้มยำหม้อไฟ 150 บาท

หลังจากกำจัดอาหารจนสิ้นซาก ก็นอนพักผ่อนรับลมทะเลงีบคนละนิดคนละหน่อยก็ได้เวลาออกเดินทาง

15:00 น.

เป้าหมายต่อไปคือ “เพลินวาน” ค่ะ

เส้นทางไปเพลินวาน
เส้นทางไปเพลินวาน

จับ google map เหมือนเดิมค่ะ มาถึงเพลินวานจะมีที่จอดรถหลายที่ค่ะ เราจอดห่างจากเพลินวานประมาณ 300 เมตร ถ้าใครไม่อยากเดินไกล อาจขับเข้าไปอีกนิดนึงเพราะที่จอดที่ติดกับเพลินวานเลยก็มี แต่ด้วยความที่มาครั้งแรกและไม่รู้ว่ามีที่จอดรถใกล้ๆด้วย ส่วนราคาที่จอดรถอยู่ที่ 40 บาท

สังเกตจากพี่คนนี้ก็ได้ค่ะ จะคอยโบกรถเรียกลูกค้าให้เข้ามาจอด สร้างสีสันมากค่ะ

พนักงานโบกรถที่เพลินวาน
พนักงานโบกรถที่เพลินวาน

เพลินวาน

ถึงแล้ว!!! บรรยากาศที่เห็นก็จะดูแบบย้อนยุคหน่อยค่ะตกแต่งด้วยไม้เก่าๆ และสังกะสีเก่าๆ

เพลินวาน
เพลินวาน

เสน่ห์ของที่นี่ก็คงจะเป็นบรรยากาศย้อนยุคนี่แหละค่ะ มีขายของที่ละลึก และขนมโบราณต่างๆมากมาย

เพลินวาน
ห้องจัดรายการวิทยุแบบย้อนยุคที่เพลินวาน
เพลินวาน
ขนมโบราณเพลินวาน

เพลินวาน

เพลินวาน
บรรยากาศที่เพลินวาน

เพลินวาน

เพลินวาน
ร้านขายแผ่นเพลงเก่าๆ
เพลินวาน
ของขายเก๋ๆ

เพลินวานบรรยากาศชิวๆ ที่เพลินวานค่ะ เหมือนเดินเที่ยวงานวัด
เพลินวาน เพลินวาน

หลังจากที่เพลิดเพลินอยู่กับเพลินวานได้สักพัก เราใช้เวลาอยู่ที่เพลินวานประมาณ 1ชั่วโมง ก็เดินจนทั่วแล้ว เพราะไม่ได้ใหญ่มาก เดินหน้าไปยังสถานีต่อไปค่ะ

16:00 น.

มุ่งหน้าต่อไปที่ “for art’s sake” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ 4D แห่งแรกในประเทศไทย

แผนที่ไปfor art's sake
แผนที่ไปfor art’s sake

สังเกตด้านซ้ายมือ ดูจากข้างนอกแล้วเหมือนยังไม่เสร็จดี พอเลี้ยวซ้ายเข้าไปจะมีพนักงานมาคอยโบกรถให้ (ที่จอดรถฟรี)

for art's sake
ทางเข้า for art’s sake

ราคาบัตรเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 180 บาทค่ะ

จะมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ประจำจุด คอยแนะนำว่าจะต้องทำท่ายังไง มีเสียงประกอบในแต่ละโซน ส่วนภายในก็ยังไม่เสร็จดี แต่ก็มีนักท่องเที่ยวประปราย

for art's sake for art's sakeที่นี่ก็เพลิดเพลินไปกับการเล่นและถ่ายรูปกับงานอาร์ต 3D และมีเสียงประกอบในทุกโซนfor art's sake for art's sake for art's sake for art's sake for art's sake for art's sake for art's sakeสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปน่าจะถูกใจค่ะ เล่นสนุกดีค่ะ

เราใช้เวลาอยู่ที่ for art’s sake  ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็เดินทางกลับ

ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ ก็จะผ่าน santorini สำหรับใครที่เที่ยวยังไม่จุใจก็แวะได้ค่ะ แต่เราเหนื่อยกันแล้วเลยไม่ได้แวะ 😉

santorini
santorini

แวะที่สุดท้าย ซื้อของฝากกลับบ้าน

แม่กิมลั้ง

ร้านขายของฝากชื่อดัง มีของฝากมากมายทั้งของคาวและของหวาน อาทิ ขนมหม้อแกง ของฝากชื่อดัง บ้าบิ่น  ขนมเปี๊ยะนมสด เค้กฝอยทอง ชิฟฟ่อนลูกตาลสด และอีกมากมาย มีให้ชิมก่อนซื้อ ขนมหวานอร่อยทุกอย่างคอนเฟิร์ม ( ชิมมาเยอะ 🙂  )

แม่กิมลั้ง
แม่กิมลั้ง

สรุปค่าใช้จ่าย(ไม่รวมของฝาก)
[table  width=”500″ colwidth=”10|490″ colalign=”left|left|”]
,
1. ,ค่าน้ำมัน 800 บาท
2. ,ค่าทางด่วน 50 บาท ไป-กลับ x 2 = 100 บาท
3. ,อาหาร(ไม่อั้น)สำหรับ 5 คน 1810 บาท
4., ค่าจอดรถ 40 บาท
[/table]
รวมค่าใช้จ่าย 2,750 บาท (550 บาท/คน)

 สรุปแผนที่เที่ยวหัวหินสำหรับทริป 1 วัน

แผนที่เที่ยวหัวหิน
แผนที่เที่ยวหัวหินทั้งหมด

ติดตามรีวิวและข่าวสารของเราได้ผ่าน https://www.facebook.com/thailandIndyOfficial , IG: thailand.indy ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ  สามารถแนะนำเพิ่มเติมได้ผ่านทาง facebook: thailandIndyOfficial  หรือ thailandindy.contact@gmail.com